ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเพทซีที (PET/CT)

ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเพทซีที (PET/CT)
เห็นมะเร็งได้ตั้งแต่ระดับการทำงานของเซลล์ เพื่อการวางแผนรักษาที่แม่นยำตั้งแต่ก้าวแรก

PET/CT คืออะไร

PET/CT รวมเครื่องมือ 2 ชนิดไว้ในการตรวจครั้งเดียว — PET แสดง “การทำงานของเซลล์” ส่วน CT แสดง “ตำแหน่งและโครงสร้าง” ของอวัยวะ เมื่อภาพซ้อนทับกัน แพทย์จึงเห็นทั้งว่าความผิดปกติอยู่ตรงไหน และกำลังทำงานผิดปกติมากน้อยเพียงใด

การตรวจใช้สารเภสัชรังสี FDG ซึ่งเป็นน้ำตาลกลูโคสติดฉลากรังสีปริมาณน้อยมาก เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่ใช้น้ำตาลมากกว่าเซลล์ปกติ จึงปรากฏเป็น “จุดสว่าง” บนภาพ ท่านเพียงงดอาหาร 4–6 ชั่วโมง ฉีดสาร นอนพักประมาณ 1 ชั่วโมง และเข้าเครื่องสแกน 20–30 นาที ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด และกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน โดยตรวจครอบคลุมตั้งแต่ฐานกะโหลกศีรษะถึงกลางต้นขา

ท่านควรปรึกษาแพทย์เรื่อง PET/CT เมื่อใด

PET/CT ให้ประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หากท่านหรือคนที่ท่านห่วงใยอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ การตรวจอาจเปลี่ยนแนวทางการรักษาให้ดีขึ้นได้

  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแล้ว และต้องการกำหนดระยะของโรคให้ชัดเจนก่อนเริ่มการรักษา
  • อยู่ระหว่างการรักษา และต้องการประเมินว่าก้อนมะเร็งตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด รังสีรักษา หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือไม่
  • เคยรักษามะเร็งมาก่อน แล้วมีอาการผิดปกติหรือค่าสารบ่งชี้มะเร็งในเลือดสูงขึ้น สงสัยว่าโรคกลับเป็นซ้ำ
  • ตรวจพบก้อนที่แพร่กระจายแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่ามะเร็งเริ่มต้นจากอวัยวะใด
  • ต้องการวางแผนตัดชิ้นเนื้อหรือกำหนดขอบเขตการฉายรังสีให้ตรงจุดที่สุด
  • ตรวจพบก้อนในปอดหรืออวัยวะอื่นที่ยังไม่ทราบชนิด และต้องการประเมินโอกาสเป็นมะเร็งก่อนตัดสินใจผ่าตัด

การตรวจนี้ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ ทีมแพทย์ของเราพร้อมประเมินร่วมกับท่านว่าการตรวจ PET/CT จะให้ข้อมูลที่เปลี่ยนแผนการดูแลรักษาของท่านได้จริงหรือไม่

ข้อดีของการตรวจ PET/CT

  • ตรวจครอบคลุมเกือบทั้งร่างกายในครั้งเดียว ไม่ต้องแยกตรวจหลายจุดหลายครั้ง
  • เห็นความผิดปกติระดับการทำงานของเซลล์ ซึ่งมักเกิดก่อนที่ก้อนจะโตจนเห็นชัดจากการตรวจภาพทั่วไป
  • กำหนดระยะโรคได้แม่นยำขึ้น ช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม และลดการรักษาที่ไม่จำเป็น
  • ประเมินผลการรักษาได้เร็ว จึงปรับแผนการรักษาได้ทันท่วงที
  • ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

ข้อจำกัดที่ควรทราบของการตรวจ PET/CT

  • “จุดสว่าง” ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป การอักเสบ การติดเชื้อ หรือแผลหลังผ่าตัดก็ทำให้เห็นจุดสว่างได้ บางกรณีจึงยังต้องยืนยันด้วยการตัดชิ้นเนื้อ
  • มะเร็งบางชนิดใช้น้ำตาลน้อย เช่น มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งไต จึงอาจไม่ปรากฏบนภาพ และรอยโรคขนาดเล็กมากอาจตรวจไม่พบ
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลสูงอาจต้องควบคุมน้ำตาลก่อน เพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพ
  • ไม่แนะนำในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ให้นมบุตรต้องงดให้นมชั่วคราวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
  • ไม่ใช่การตรวจคัดกรองมะเร็งสำหรับผู้ที่แข็งแรงดีและไม่มีอาการ จึงควรตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้จากแพทย์เท่านั้น

ผล PET/CT ต้องแปลร่วมกับประวัติ การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่น ๆ เสมอ ทีมแพทย์เฉพาะทางของเราจะอธิบายผลและแนวทางถัดไปให้ท่านเข้าใจอย่างชัดเจน

ปลอดภัย หรือไม่ การตรวจ PET/CT

ปลอดภัย สารเภสัชรังสีสลายตัวและถูกขับออกจากร่างกายภายในเวลาสั้น ๆ ปริมาณรังสีอยู่ในระดับที่ควบคุมอย่างเข้มงวด อาการแพ้พบได้น้อยมาก หลังตรวจแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ และเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กประมาณ 6–12 ชั่วโมง โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่หากท่านตั้งครรภ์ อาจตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเป็นเบาหวาน

ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลของท่าน หรือติดต่อศูนย์มะเร็ง เพื่อประเมินว่าการตรวจ PET/CT เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่านหรือไม่