ปวดหลังธรรมดา หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้น เช็กสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม แม้อายุยังไม่มาก

อาการปวดหลังอาจดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วไปที่สามารถดีขึ้นได้ด้วยการพักผ่อน แต่หากอาการนั้นเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน หรือปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์
นี่อาจไม่ใช่เพียงกล้ามเนื้ออักเสบ แต่อาจเป็นสัญญาณของ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งเป็นภาวะที่อาจค่อย ๆ พัฒนาโดยไม่รู้ตัว
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร
หมอนรองกระดูก (Intervertebral Disc) ทำหน้าที่เสมือนตัวรองรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลัง
เมื่อเปลือกนอกของหมอนรองกระดูกเกิดการฉีกขาด อาจทำให้เนื้อเยื่อด้านในที่มีลักษณะคล้ายเจล บางส่วนปลิ้นออกมา และไปกดทับเส้นประสาท
ส่งผลให้เกิดอาการปวด หรือปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เช่น บริเวณสะโพก ต้นขา หรือปลายเท้า

หมอนรองกระดูกทับเส้น ทำไมจึงพบในคนอายุน้อยมากขึ้น
ปัจจุบันพบภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในช่วงอายุ 20–40 ปีมากขึ้น
ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1. นั่งนาน และใช้ท่าทางเดิมต่อเนื่อง
การนั่งทำงานหรือก้มใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานทำให้เกิดแรงกดต่อหมอนรองกระดูกมากกว่าท่ายืนหรือเดิน
หากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสื่อมหรือการปลิ้นของหมอนรองกระดูก
2. ขาดการออกกำลังกาย
กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) มีบทบาทสำคัญในการพยุงกระดูกสันหลัง
เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรง แรงกดจะไปตกที่หมอนรองกระดูกมากขึ้น
นอกจากนี้ หมอนรองกระดูกไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงโดยตรง แต่ได้รับสารอาหารผ่านการแลกเปลี่ยนสาร (Diffusion) จากการเคลื่อนไหวของร่างกาย
การไม่ค่อยขยับร่างกายอาจทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมได้เร็วขึ้น
3. ใช้ร่างกายไม่เหมาะสม
เช่น
- ยกของหนักโดยใช้หลังแทนการย่อเข่า
- ออกกำลังกายหนักโดยไม่วอร์มอัพ
- เคลื่อนไหวผิดท่าอย่างฉับพลัน
อาจทำให้เกิดแรงกระแทกต่อหมอนรองกระดูกและเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
หากมีอาการเหล่านี้ ควรสังเกตและพิจารณาพบแพทย์
- ปวดร้าวลงขา (Radiating Pain)
ปวดจากหลังส่วนล่างร้าวลงสะโพก ต้นขา หรือปลายเท้า - อาการชา (Numbness)
ชาตามแนวเส้นประสาท หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม - กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Weakness)
เดินสะดุด ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือทรงตัวลำบาก - ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม หรือเบ่ง
เนื่องจากแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น - สัญญาณฉุกเฉิน
กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือมีอาการชาบริเวณรอบอวัยวะเพศ
ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว
การวินิจฉัย
แพทย์จะประเมินจาก
- ประวัติอาการ
- การตรวจร่างกาย
และอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น MRI (Magnetic Resonance Imaging) ในกรณีที่จำเป็น เพื่อดูตำแหน่งของหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทอย่างละเอียด
การป้องกัน
การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เช่น การเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core) เช่น Plank, Yoga - ปรับท่าทางการนั่ง (Ergonomics)
หน้าจออยู่ระดับสายตา มีพนักพิงหลัง และควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 45–60 นาที - หลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่า
- ควบคุมน้ำหนักตัว
เพื่อลดแรงกดที่กระดูกสันหลัง
สรุป
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ใช่เพียงเรื่องของอายุ แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด
การนั่งนาน ขาดการออกกำลังกาย หรือใช้ร่างกายไม่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงได้
การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ รวมถึงการสังเกตอาการผิดปกติ และเข้ารับการประเมินเมื่อจำเป็นจะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหายเองได้ไหม
ในบางกรณี อาการสามารถดีขึ้นได้เอง โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น หากมีการพักผ่อน ปรับพฤติกรรม และทำกายภาพบำบัดอย่างเหมาะสม
แต่หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
ต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป
ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ เช่น
- การใช้ยา
- กายภาพบำบัด
- การปรับพฤติกรรม
การผ่าตัดจะพิจารณาในกรณีที่มีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทต่างจากออฟฟิศซินโดรมอย่างไร
- Office Syndrome มักเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและพังผืด
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากโครงสร้างกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท
อาการของหมอนรองกระดูกมักมี “ปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง” ร่วมด้วย
ออกกำลังกายได้ไหม
สามารถทำได้ แต่ควรเลือกท่าที่เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือท่าที่เพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง
แนะนำปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย
ควรพบแพทย์เมื่อไหร่
ควรพิจารณาพบแพทย์เมื่อ:
- ปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์
- ปวดร้าวลงขา หรือมีอาการชา
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
หรือมีอาการฉุกเฉิน เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพ หากมีความเสี่ยงหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสม
นพ. ปราโมทย์ อุดมเลิศวนสิน (ว.16751)
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลอัปเดต ณ เดือนพฤษภาคม 2569 หากต้องการความมั่นใจ โปรดโทรสอบถาม Call Center หรือ LINE โดยตรง















นพ. ปรัชญ์ กำลังสินเสริม