ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ต้องรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ คำถามที่คนถามหมอมากที่สุด

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Arthroplasty หรือ TKA) เป็นหนึ่งในการผ่าตัดกระดูกและข้อที่พบบ่อยที่สุดในโลก และมีอัตราความสำเร็จสูงมากเมื่อทำในผู้ป่วยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่ควรรีบร้อน เพราะมีหลายสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ

บทความนี้รวบรวมคำถามที่ผู้ป่วยมักถาม นพ.ปรัชญ์ กำลังสินเสริม แพทย์เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เพื่อให้คุณและครอบครัวมีข้อมูลครบพร้อมก่อนตัดสินใจ

 

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคืออะไร

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคือการนำผิวข้อเข่าที่สึกหรอออก แล้วแทนที่ด้วยข้อเข่าเทียมที่ทำจากโลหะและพลาสติกชนิดพิเศษ ออกแบบมาเลียนแบบการทำงานของข้อเข่าธรรมชาติ มี 2 แบบหลัก:

  • Total Knee Arthroplasty (TKA) — เปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งหมด เหมาะกับระยะ 3-4
  • Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) — เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสื่อม เหมาะกับผู้ป่วยที่ยังมีกระดูกอ่อนบางส่วนเหลือ

ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ TKA และ UKA

 

FAQ — คำถามที่พบบ่อยก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ก่อนผ่าตัด — เตรียมตัวอย่างไร?

Q: ข้อเข่าเทียมเหมาะกับใคร?
A: ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะ 3-4 ที่มีอาการปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอนุรักษ์แล้ว
Q: ต้องเตรียมร่างกายอย่างไรก่อนผ่าตัด?
A: ลดน้ำหนักถ้าเป็นไปได้ เสริมกล้ามเนื้อขา ควบคุมโรคประจำตัว (เบาหวาน ความดัน) งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ และแจ้งยาทุกชนิดที่ทานประจำให้แพทย์ทราบ
Q: ต้องหยุดยาอะไรบ้างก่อนผ่าตัด?
A: ยาละลายลิ่มเลือด (แอสไพริน วาร์ฟาริน) และ NSAIDs ต้องหยุดตามคำแนะนำแพทย์ โดยปกติ 7-14 วันก่อนผ่าตัด ห้ามหยุดเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
Q: ต้องเข้าโรงพยาบาลนานแค่ไหน?
A: โดยเฉลี่ย 3-5 วัน ขึ้นกับสภาพร่างกายและความก้าวหน้าในการฟื้นตัว

 

วันผ่าตัด — ขั้นตอนและความเสี่ยง

Q: ผ่าตัดใช้เวลานานแค่ไหน?
A: ประมาณ 1.5-2.5 ชั่วโมง ขึ้นกับความซับซ้อนของเคส
Q: ใช้ยาสลบแบบไหน?
A: ส่วนใหญ่ใช้การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน (Spinal Anesthesia) ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวแต่ไม่รู้สึกเจ็บ ปลอดภัยกว่าดมยาสลบทั่วไป
Q: มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
A: การติดเชื้อ (1-2%) ลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) การสูญเสียเลือด และอาการชาบริเวณรอบแผล ทีมแพทย์มีมาตรการป้องกันทุกข้อ
Q: ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือความดันสูงผ่าตัดได้ไหม?
A: ได้ แต่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลและความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยก่อนผ่าตัด ทีมแพทย์จะดูแลใกล้ชิดตลอด

 

หลังผ่าตัด — การฟื้นตัวและผลลัพธ์

Q: หลังผ่าตัดเจ็บมากไหม?
A: มีอาการเจ็บในช่วงแรก แต่ทีมแพทย์จัดการความเจ็บปวดอย่างเป็นระบบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่าเจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้มาก
Q: กลับมาเดินได้เมื่อไหร่?
A: ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มลุกเดิน (พร้อมผู้ช่วย) ได้ในวันแรกหลังผ่าตัด และเดินได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์
Q: ข้อเข่าเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: ข้อเข่าเทียมรุ่นใหม่มีอายุ 15-25 ปี ขึ้นกับน้ำหนักตัวและกิจกรรม ผู้ป่วยที่ควบคุมน้ำหนักดีมักมีข้อเข่าเทียมอายุยืนกว่า
Q: กลับมาทำงานได้เมื่อไหร่?
A: งานนั่งโต๊ะ: 4-6 สัปดาห์ | งานที่ต้องเดินมาก: 8-12 สัปดาห์ | งานที่ต้องใช้กำลัง: 3-6 เดือน
Q: วิ่งได้ไหมหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียม?
A: แนะนำหลีกเลี่ยงการวิ่ง เน้นกิจกรรม Low Impact เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และเดิน เพื่อยืดอายุข้อเข่าเทียม
Q: ผ่าตัดสองเข่าพร้อมกันได้ไหม?
A: ไม่แนะนำในกรณีทั่วไป เพราะเพิ่มความเสี่ยงและภาระในการฟื้นตัว ควรผ่าทีละข้างห่างกัน 3-6 เดือน
Q: ขึ้นเครื่องบินได้ไหมหลังใส่ข้อเข่าเทียม?
A: ได้ แนะนำพกเอกสารจากแพทย์ระบุว่ามีข้อเข่าเทียม เพราะอาจทำให้เครื่องตรวจโลหะในสนามบินแจ้งเตือน

 

Checklist เตรียมพร้อมก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

นพ.ปรัชญ์ แนะนำเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนวันผ่าตัด:

  1. ตรวจสุขภาพโดยรวม และแจ้งยาที่ทานประจำทุกชนิดกับแพทย์
  2. ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อต้นขา เช่น Straight Leg Raise, Quad Sets
  3. เตรียมบ้าน: ราวจับในห้องน้ำ, ที่นอนระดับพอดี, ทางเดินโล่งไร้สิ่งกีดขวาง
  4. จัดหาผู้ดูแลอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
  5. เตรียมอุปกรณ์: ไม้เท้าหรือ Walker, เก้าอี้อาบน้ำ, รองเท้าส้นแบนหัวปิด
  6. งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

เอกสารอ้างอิง

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Total Knee Replacement. (orthoinfo.aaos.org)
  2. Bourne RB, et al. Patient satisfaction after total knee arthroplasty. Clin Orthop Relat Res. 2010.
  3. Kurtz SM, et al. Projections of primary and revision hip and knee arthroplasty in the United States from 2005 to 2030. J Bone Joint Surg Am. 2007.

หมายเหตุ: เอกสารนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์

 

นพ. ปรัชญ์ กำลังสินเสริม (ว.39330)
แพทย์ออร์โธปิดิกส์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬา และ ผ่าตัดส่องกล้อง
ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง