รากฟันเทียม ฟันชุดที่ 3 ที่ใช้งานได้ยาวนาน หากดูแลอย่างถูกวิธี

การสูญเสียฟัน อาจส่งผลทั้งเรื่องการบดเคี้ยว ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่ง รากฟันเทียม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทดแทนฟันที่สูญเสียไป และช่วยให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติอีกครั้ง
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีทางทันตกรรมที่ช่วยทดแทนฟันได้ดีแค่ไหน ฟันธรรมชาติก็ยังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยากให้ทุกคนดูแลรักษาไว้ให้นานที่สุด เพราะหลายครั้งเราไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาก่อน แล้วค่อยเริ่มดูแลรักษา
รากฟันเทียมคืออะไร
รากฟันเทียม (Dental Implant) คือ การฝังวัสดุที่ทำหน้าที่ทดแทนรากฟันลงในกระดูกขากรรไกร ก่อนจะใส่ส่วนประกอบต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
โดยรากฟันเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ส่วนรากฟันเทียม
- Abutment หรือข้อต่อ
- ส่วนครอบฟัน
เมื่อรากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกได้ดี ก็จะช่วยให้สามารถกัดเคี้ยวและใช้งานในชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติค่อนข้างมาก
วิธีดูแลรากฟันเทียมให้ใช้งานได้ยาวนาน
จริง ๆ แล้ว การดูแลรากฟันเทียมไม่ได้แตกต่างจากการดูแลฟันธรรมชาติมากนัก สิ่งสำคัญคือการดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
แปรงฟันให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ
ควรแปรงฟันให้ทั่วถึงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของคราบแบคทีเรียบริเวณเหงือกและรากฟันเทียม
ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
แนะนำให้ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างเหมาะสม
น้ำยาบ้วนปากอาจไม่ได้จำเป็นต้องใช้ทุกวัน โดยเฉพาะชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้บ่อยเกินไป
รากฟันเทียมกัดเคี้ยวได้เหมือนฟันธรรมชาติไหม
โดยทั่วไป รากฟันเทียมสามารถใช้งานและกัดเคี้ยวได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังเรื่องการใช้งานอยู่บ้าง
หมอมักแนะนำคนไข้เสมอว่า ถึงแม้รากฟันเทียมจะมีความแข็งแรงและใช้งานได้ดี แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวของแข็งมากเกินไป รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดแรงกระแทกกับตัวฟันโดยตรง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของครอบฟันหรือส่วนประกอบของรากฟันเทียมได้
การใช้งานอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลความสะอาดและมาตรวจติดตามสม่ำเสมอ จะช่วยให้รากฟันเทียมสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น
ทำไมต้องตรวจรากฟันเทียมทุก 6 เดือน
แม้รากฟันเทียมจะดูแลคล้ายฟันธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือการมาตรวจเช็กสภาพช่องปากและรากฟันเทียมอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือนตามนัดหมายของทันตแพทย์
เพราะรากฟันเทียมประกอบด้วยหลายส่วน หากส่วนใดเริ่มมีปัญหาและสามารถแก้ไขได้ตั้งแต่ระยะแรก มักช่วยลดความเสียหายที่อาจลุกลามมากขึ้นได้
หากเริ่มรู้สึกว่า
- กัดเคี้ยวได้ไม่เหมือนเดิม
- ครอบฟันเริ่มขยับ
- มีความรู้สึกผิดปกติบริเวณรากฟันเทียม
อย่าปล่อยทิ้งไว้ แนะนำให้กลับมาตรวจทันที เพราะหลายปัญหาหากพบเร็ว มักแก้ไขได้ง่ายกว่า
รากฟันเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน
คำถามที่คนไข้ถามกันบ่อยมาก คือ “ทำรากฟันเทียมไปแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน”
จริง ๆ แล้ว อายุการใช้งานของรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการดูแลสุขภาพช่องปาก พฤติกรรมการใช้งาน รวมถึงการมาตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
คนเรามีฟันอยู่ 2 ชุด คือฟันน้ำนมและฟันแท้ ส่วนรากฟันเทียมก็เปรียบเหมือน “ฟันชุดที่ 3” สำหรับคนที่สูญเสียฟันแท้ไปแล้ว
ถ้าดูแลรักษาได้ดี ใช้งานอย่างเหมาะสม กัดเคี้ยวได้ตามปกติ และมาตรวจตามนัดสม่ำเสมอ รากฟันเทียมก็สามารถใช้งานได้อีกนาน
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังทำรากฟันเทียม
แม้รากฟันเทียมจะมีความแข็งแรง แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดปัญหาได้ในบางกรณี เช่น
- ครอบฟันเทียมแตกหรือหัก
- วัสดุครอบฟันเสียหาย
- ข้อต่อ Abutment มีปัญหา
- ส่วนรากฟันเทียมที่อยู่ในกระดูกเกิดปัญหา
ในบางกรณี อาจแก้ไขโดยการเปลี่ยนเฉพาะครอบฟัน หรือเปลี่ยนข้อต่อบางส่วนได้ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อรากฟันเทียมออกทั้งหมด
แต่หากปัญหาเกิดขึ้นที่ส่วนรากฟันเทียมซึ่งอยู่ภายในกระดูก อาจจำเป็นต้องนำรากฟันเทียมออก รอให้แผลหาย และวางแผนการรักษาใหม่อีกครั้ง
สรุป
รากฟันเทียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทดแทนฟันที่สูญเสียไป และช่วยให้กลับมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฟันธรรมชาติหรือรากฟันเทียม สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ
การแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน จะช่วยให้ทั้งฟันธรรมชาติและรากฟันเทียมสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นค่ะ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรากฟันเทียม
รากฟันเทียมอยู่ได้นานไหม
หากดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม และพบทันตแพทย์ตามนัด รากฟันเทียมสามารถใช้งานได้ในระยะยาว
รากฟันเทียมกัดเคี้ยวได้เหมือนฟันจริงไหม
โดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ แต่ควรระมัดระวังการใช้ฟันหน้ากัดอาหารแข็งโดยตรง
หลังทำรากฟันเทียมต้องดูแลอย่างไร?
ควรแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือนอย่างสม่ำเสมอ
น้ำยาบ้วนปากจำเป็นสำหรับรากฟันเทียมหรือไม่
อาจไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน โดยเฉพาะชนิดที่มีแอลกอฮอล์ ควรใช้ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
รศ.ทพ.ดร. สรสัณห์ รังสิยานนท์ (ท.5514)
ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านช่องปากและตรวจพิเคราะห์
ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลอัปเดต ณ เดือนพฤษภาคม 2569 หากต้องการความมั่นใจ โปรดโทรสอบถาม Call Center หรือ LINE โดยตรง






















