ขูดหินปูน ต้องทำบ่อยแค่ไหน หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา อันตรายกว่าที่คิด

หลายคนอาจคิดว่าการดูแลช่องปาก แค่แปรงฟันเช้า–เย็นก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง “หินปูน” เป็นปัญหาที่สามารถสะสมได้แม้จะแปรงฟันเป็นประจำ และหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจนำไปสู่โรคเหงือก ฟันโยก หรือการสูญเสียฟันได้ในอนาคต
ขูดหินปูน จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปาก ที่ช่วยกำจัดคราบหินปูนและลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวฟันและขอบเหงือก
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ “ขูดหินปูนแล้วฟันจะบางลง” ทั้งที่จริงแล้ว การขูดหินปูนไม่ได้ทำให้เนื้อฟันสึก แต่เป็นการกำจัดคราบหินปูนที่เกาะแน่นบนผิวฟันออก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของเหงือกอักเสบ กลิ่นปาก และโรคปริทันต์ในระยะยาว
คราบหินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร
หินปูน หรือคราบหินน้ำลาย (Dental Calculus) เกิดจากคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ที่สะสมอยู่ตามผิวฟัน ซอกฟัน และบริเวณขอบเหงือก
โดยเฉพาะในจุดที่ทำความสะอาดได้ยาก เช่น
- ด้านในฟันล่างหน้า
- ซอกฟัน
- บริเวณขอบเหงือก
เมื่อคราบเหล่านี้สะสมรวมกับแร่ธาตุในน้ำลาย จะค่อย ๆ แข็งตัวจนกลายเป็น “หินปูน” ที่เกาะแน่นบนผิวฟัน
เมื่อเกิดหินปูนแล้ว จะไม่สามารถแปรงออกได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องให้ทันตแพทย์ใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการขูดออกเท่านั้น
ทำไมต้องขูดหินปูน
การขูดหินปูน (Dental Scaling) คือการทำความสะอาดคราบหินปูนและคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บนผิวฟัน รวมถึงบริเวณใต้ขอบเหงือก เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคในช่องปาก
ข้อดีของการขูดหินปูน
- ลดกลิ่นปาก
- ลดการอักเสบของเหงือก
- ช่วยให้เหงือกแข็งแรงขึ้น
- ลดโอกาสเกิดโรคปริทันต์อักเสบ
- ช่วยป้องกันฟันโยกและการสูญเสียฟันในระยะยาว
5 อันตราย หากไม่ยอมขูดหินปูนตามกำหนด
หากปล่อยให้หินปูนสะสมหนาขึ้นเรื่อย ๆ แบคทีเรียในคราบหินปูนจะก่อให้เกิดกระบวนการอักเสบ สารที่เกี่ยวข้องในกระบวนการอักเสบจะถูกปล่อยออกมาทำลายเหงือกและกระดูกรอบฟัน จนเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ดังนี้
1. เหงือกอักเสบและเหงือกร่น
หินปูนสามารถแทรกตัวอยู่ใต้ขอบเหงือก ทำให้เหงือกบวมแดง อักเสบ และค่อย ๆ ร่นลงจนเห็นรากฟัน ส่งผลให้เสียวฟันได้ง่ายขึ้น
2. โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis)
เป็นโรคที่รุนแรงกว่าเหงือกอักเสบ เพราะจะมีการทำลายกระดูกรอบ ๆ ที่รองรับรากฟันร่วมด้วย ทำให้ฟันโยก และอาจสูญเสียฟันได้ในที่สุด
3. กลิ่นปากเรื้อรัง
แบคทีเรียในคราบหินปูนเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของกลิ่นปากเรื้อรัง ซึ่งการแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้
4. เลือดออกขณะแปรงฟัน
หากมีเลือดออกตามไรฟันบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเริ่มมีการอักเสบของเหงือก ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
5. เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางระบบ
งานวิจัยหลายฉบับพบว่า การอักเสบและการติดเชื้อในช่องปากสัมพันธ์กับโรคทางระบบอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ หรือการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
ขูดหินปูน เจ็บไหม
ปัจจุบันการขูดหินปูนมักใช้เครื่องมือระบบคลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Scaler) ซึ่งช่วยสลายและกำจัดคราบหินปูนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำลายเคลือบฟัน
บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย โดยเฉพาะในกรณีที่มีหินปูนสะสมจำนวนมาก เหงือกร่น หรือมีเหงือกอักเสบอยู่ก่อนแล้ว แต่โดยรวมถือเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน
ควรขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความถี่ในการขูดหินปูนอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- ปริมาณหินปูนสะสม
- พฤติกรรมการดูแลช่องปาก
- การสูบบุหรี่
- ภาวะเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์
ทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
วิธีลดการเกิดหินปูนในชีวิตประจำวัน
แม้หินปูนจะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ แต่สามารถลดการสะสมได้ด้วยการดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ โดยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ ร่วมกับพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
สรุป: ป้องกันไว้ ดีกว่าแก้เมื่อสาย
การขูดหินปูนไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาดหรือความสวยงาม แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากในระยะยาว
การพบทันตแพทย์เป็นประจำ จะช่วยป้องกันปัญหาเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ และลดความเสี่ยงของการสูญเสียฟันในอนาคต
อย่ารอจนเริ่มมีอาการปวด ฟันโยก หรือเหงือกร่น เพราะเมื่อเข้าสู่ระยะรุนแรง การรักษาอาจซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำมาก
ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลอัปเดต ณ เดือนพฤษภาคม 2569 หากต้องการความมั่นใจ โปรดโทรสอบถาม Call Center หรือ LINE โดยตรง






















