ศูนย์ศัลยกรรม ศูนย์ศัลยกรรม
ศูนย์ศัลยกรรม
โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ศูนย์ศัลยกรรม
ศูนย์ศัลยกรรม รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง ให้บริการตรวจ วินิจฉัย และรักษา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีมศัลยแพทย์และบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการตรวจรักษาโรคเฉพาะทางนอกจากนี้ยังมีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งการผ่าตัดทั่วไปและการผ่าตัดแบบส่องกล้อง เช่น การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านกล้อง การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบ การผ่าตัดไส้เลื่อนผนังหน้าท้อง การผ่าตัดไส้ติ่ง การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ การผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ศูนย์ศัลยกรรม รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง ให้บริการตรวจ วินิจฉัย และรักษา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีมศัลยแพทย์และบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการตรวจรักษาโรคเฉพาะทางนอกจากนี้ยังมีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งการผ่าตัดทั่วไปและการผ่าตัดแบบส่องกล้อง เช่น การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านกล้อง การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบ การผ่าตัดไส้เลื่อนผนังหน้าท้อง การผ่าตัดไส้ติ่ง การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ การผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปอย่างมากในปัจจุบัน การผ่าตัดแผลเล็กผ่านเครื่องมือเฉพาะ หรือที่เรียกว่า Minimally Invasive Surgery (MIS) จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากและสามารถแทนที่การผ่าตัดแบบเปิดในสมัยก่อน เนื่องจากสามารถลดขนาดของแผลผ่าตัด ลดความเจ็บปวดที่เกิดจากแผลผ่าตัด และยังช่วยลดระยะเวลาฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้อีกด้วย ทำให้การผ่าตัดแผลเล็ก MIS นั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน


บทความน่ารู้
 


ไส้เลื่อนขาหนีบ

ไส้เลื่อนขาหนีบ คืออะไร

ไส้เลื่อน คือภาวะที่ส่วนของอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ ยื่นออกไปอยู่ตำแหน่งต่างๆ ผ่านทางกล้ามเนื้อหน้าท้องที่อ่อนแอ โดยตำแหน่งที่พบได้ ได้แก่ ขาหนีบ สะดือ บริเวณต่ำกว่าขาหนีบ กระบังลม ช่องเชิงกราน บริเวณข้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง บริเวณแผลผ่าตัด ผู้ป่วยจะพบก้อนนูนออกมา และอาจจะรู้สึกปวด โดยเฉพาะเมื่อไอ ก้ม หรือยกของหนัก

ไส้เลื่อนขาหนีบ เป็น ไส้เลื่อนชนิดที่พบมากที่สุด ไส้เลื่อนชนิดนี้มี 2 ลักษณะคือ

  • ◼️ เป็นไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบที่เกิดจากผนังหน้าท้องส่วนล่างหย่อนยาน ทำให้มีลำไส้ยื่นออกมาบริเวณหัวหน่าว
  • ◼️ เป็นไส้เลื่อนที่เคลื่อนออกมาตามรูเปิดบริเวณขาหนีบ รูเปิดนี้เดิมเป็นทางออกของเลือดที่มาเลี้ยงลูกอัณฑะระหว่างพัฒนาการของทารกในครรภ์มารดาและจะปิดไปตามธรรมชาติ แต่เกิดความผิดปกติที่ทำให้รูเปิดยังคงอยู่ ทำให้ลำไส้หรือแผ่นไขมันเคลื่อนออกมาได้ และอาจเคลื่อนต่อเนื่องไปยังถุงอัณฑะ

ไส้เลื่อนขาหนีบไม่อันตราย แต่ไม่สามารถหายเองได้

สาเหตุ

ในบางรายไม่พบสาเหตุ แต่บางรายพบปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้ ดังนี้

  1. 1. การมีโรคหรือภาวะที่ผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรง
  2. 2. อายุมาก
  3. 3. เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่ตอนคลอด ที่ส่งผลให้รูเปิดบริเวณขาหนีบไม่ปิด
  4. 4. ไอ หรือ จามเรื้อรัง
  5. 5. ตั้งครรภ์
  6. 6. อุบัติเหตุบริเวณกล้ามเนื้อช่องท้อง หรือ เคยผ่าตัดบริเวณช่องท้อง
  7. 7. การมีแรงดันกระทำบนช่องท้องเช่นการเบ่งอุจจาระจากภาวะท้องผูกและการยกของหนัก

อาการ

  • ◼️ บวมหรือเป็นก้อนบริเวณขาหนีบ มักเห็นได้ชัดเมื่อไอหรือยกของหนัก
  • ◼️ อัณฑะบวมผิดปกติ
  • ◼️ ปวด
  • ◼️ รู้สึกอ่อนแรงหรือมีแรงดันในบริเวณขาหนีบ
  • ◼️ สำหรับเด็กแรกเกิด หากมีภาวะไส้เลื่อนอาจสังเกตได้เฉพาะตอนร้องไห้ ไอ หรือเบ่งอุจจาระ
  • ◼️ เด็กแรกเกิดอาจรู้สึกหงุดหงิดและอยากอาหารน้อยลง

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะไส้เลื่อนขาหนีบอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา โดยถ้าไส้เลื่อนดังกล่าวไม่สามารถดันกลับเข้าตำแหน่งเดิมอาจทำให้ติดอยู่ในผนังช่องท้องซึ่งจะเกิดการอุดตันหรือการบีบรัด

  • ◼️ การอุดตัน (Obstruction): ส่วนของลำไส้ติดอยู่ในช่องขาหนีบ อาการอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องและปวดก้อน
  • ◼️ การบีบรัด (Strangulation): ส่วนของลำไส้หลุดเข้าไปติดและเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ในกรณีนี้ควรต้องผ่าตัดฉุกเฉินภายในไม่กี่ชั่วโมง

การรักษา

โรคไส้เลื่อนขาหนีบสามารถซ่อมแซมได้ด้วยการผ่าตัดและแนะนำให้ทำเมื่อมีอาการปวดรุนแรงหรือมีอาการตลอดรวมถึงเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ทั้งนี้มีวิธีการผ่าตัดสองแบบ

  • ◼️ Open surgery: ผ่าตัดเพื่อให้แพทย์ดันไส้กลับเข้าไปในช่องท้อง
  • ◼️ Laparoscopic surgery: เป็นวิธีที่เจ็บน้อยสุดโดยการส่องกล้อง ต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านพบก้อนไส้เลื่อนกำลังกลายเป็นสีแดง ม่วงหรือสีเข้ม ท่านอาจมีความเสี่ยงเกิดการบีบรัดซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต ให้รีบติดต่อห้องฉุกเฉินเพื่อรับการรักษา อย่างไรก็ตามหากท่านพบก้อนและอาการที่คิดว่าเข้าได้กับไส้เลื่อน ให้นัดหมายศัลยแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องซึ่งหากเป็นไส้เลื่อนจริง การซ่อมแซมสามารถทำได้ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือบางกรณีที่เป็นไม่มากหรือยังไม่พร้อม อาจให้เฝ้าระวังติดตามอาการไปก่อนได้

 

ไส้ติ่งอักเสบ

picture1

ไส้ติ่งอักเสบคืออะไร

ไส้ติ่งอักเสบคือการอักเสบของไส้ติ่งซึ่งอยู่ตำแหน่งขวาล่างของหน้าท้องและก่อให้เกิดอาการปวด ในคนส่วนใหญ่ อาการปวดจะเริ่มที่สะดือและมีอาการเคลื่อนไปจุดอื่น และเมื่อการอักเสบดำเนินไปและแย่ลง อาการปวดจะเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นรุนแรง

สาเหตุ

สาเหตุส่วนใหญ่คือการติดเชื้อทำให้เกิดการอักเสบโดยหากไม่ได้รับการรักษา ไส้ติ่งอาจแตกและอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งจะต้องผ่าตัดเพื่อตัดไส้ติ่งและทำความสะอาดช่องท้อง

อาการแสดง

อาการของไส้ติ่งอักเสบมีดังนี้:

  • ◼️ อาการปวดอย่างฉับพลันที่เริ่มบริเวณสะดือและเคลื่อนไปทางขวาล่างของหน้าท้อง
  • ◼️ อาการปวดอย่างฉับพลันบริเวณด้านขวาล่างของหน้าท้อง
  • ◼️ การกดบริเวณขวาล่างของหน้าท้องอาจทำให้อาการปวดแย่ลง
  • ◼️ คลื่นไส้อาเจียน
  • ◼️ ความอยากอาหารลดลง
  • ◼️ ท้องผูกหรือท้องเสีย
  • ◼️ ไข้สูง

การรักษา

การรักษามักทำด้วยการผ่าตัดและใช้ยาปฏิชีวนะ

  • ◼️ Open surgery: สำหรับเคสที่ไส้ติ่งแตก การติดเชื้อลามไปที่อื่นและมีหนอง ศัลยแพทย์จะต้องทำความสะอาดช่องท้องและอาจต้องใส่ท่อเพื่อระบายหนองทิ้งร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวินะเพื่อควบคุมการติดเชื้อก่อนที่จะตัดไส้ติ่งภายหลัง
  • ◼️ ผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic surgery): เป็นการผ่าตัดด้วยกล้องทำให้เกิดแผลเล็กกว่าซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องใช้การผ่าตัดธรรมดา

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านรู้สึกปวดบริเวณขวาล่างของหน้าท้องหรืออื่นๆที่อาจเข้าข่ายไส้ติ่งอักเสบให้พบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินเพื่อรับการรักษาให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

นิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นชิ้นส่วนของก้อนแข็งที่เกิดขึ้นในถุงน้ำดี เกิดจากตะกอนของน้ำดี ซึ่งมีส่วนประกอบของคอเลสเตอรอล ไกลโคโปรตีน และแคลเซียม โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการแต่มักตรวจพบโดยบังเอิญ

ปัจจัยเสี่ยง

  • ◼️ ประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
  • ◼️ เพศหญิง
  • ◼️ ภาวะอ้วน
  • ◼️ รับประทานอาหารไขมันสูง คอเลสเตอรอลสูงและกากน้อย
  • ◼️ การตั้งครรภ์
  • ◼️ เบาหวาน
  • ◼️ น้ำหนักลดในระยะเวลาอันสั้น
  • ◼️ โรคเลือดบางชนิดเช่น ภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดง (Hemolytic anemia)
  • ◼️ การไม่ออกกำลังกาย

อาการแสดง

นิ่วในถุงน้ำดีมักไม่มีอาการและตรวจพบโดยบังเอิญ ยกเว้นหากนิ่วอุดในท่อน้ำดีอาจก่อให้เกิดอาการเฉียบพลัน เช่น

  • ◼️ ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • ◼️ ปวดหลัง
  • ◼️ คลื่นไส้ อาเจียน

การรักษา

ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการอาจไม่จำเป็นต้องทำการรักษาเลยและให้คอยหมั่นสังเกตุอาการที่อาจเข้าข่ายนิ่วในถุงน้ำดีได้ โดยหากจำเป็น การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการที่เป็น

  • ◼️ การผ่าตัดด้วยวิธี Laparoscopic Cholescystectomy) ซึ่งมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ำ
  • ◼️ Open cholecystectomy เป็นการผ่าตัดโดยแผลกว้างขึ้น ซึ่งแพทย์จะประเมินความตามจำเป็น
  • ◼️ การใช้ยาเพื่อสลายนิ่ว

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านมีอาการปวดอย่างฉับพลันและกังวลอาการต่างๆ อาจนัดหมายแพทย์เพื่อตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง หากท่านมีอาการที่รุนแรงเช่นปวดท้องอย่างรุนแรง ผิวหนังและตาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือไข้สูง ควรพบแพทย์ทันที

 

โรคริดสีดวง

โรคริดสีดวงคืออะไร?

ริดสีดวงคืออาการเส้นเลือดดำบวมภายในทวารหนักซึ่งก่อให้เกิดความปวด คันและเลือดออก โดยมีอยู่สามชนิดหลักคือ External ทิ่เกิดใต้ผิวหนังของรูทวาร Internal เกิดภายในทวารหนักและ Prolapsed คือยืดออกมาจากรูทวาร

ปัจจัยเสี่ยง

  • ◼️ อายุ
  • ◼️ การตั้งครรภ์
  • ◼️ การนั่งส้วมเป็นเวลานาน
  • ◼️ ภาวะอ้วน
  • ◼️ การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
  • ◼️ ยกของหนัก

อาการแสดง

  • ◼️ คันในบริเวณรูทวาร
  • ◼️ ปวด
  • ◼️ เลือดออก

การรักษา

อาจเริ่มการรักษาด้วยตนเองสำหรับกรณีอาการไม่มาก

  • ◼️ รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง
  • ◼️ ใช้ยาทาหรือยาเหน็บเพื่อรักษา
  • ◼️ แช่ก้นในน้ำอุ่น
  • ◼️ รับประทานยาแก้ปวด

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ท่านควรพบแพทย์หากมีเลือดออกหรือมีอาการปวดบวมมากริดสีดวงที่อาการไม่ดีขึ้น

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์ศัลยกรรม ชั้น B1 รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง
โทรศัพท์ 02-220-7999 ต่อ 80182

 

บทความที่เกี่ยวข้อง