ศูนย์กุมารเวชกรรม ศูนย์กุมารเวชกรรม
ศูนย์กุมารเวชกรรม
โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ศูนย์กุมารเวชกรรม
ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลธนบุรี บํารุงเมือง ให้บริการถึงเที่ยงคืนทุกวัน หมดกังวลลูกเจ็บป่วยกลางดึก โดยกุมารแพทย์ให้บริการตรวจวินิจฉัยดูแลและรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 เดือนถึง 15 ปี พร้อมด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและทันสมัย อีกทั้งยังมีระบบจัดการพื้นที่ที่ให้บริการแยกโซนเด็กดี เด็กป่วย เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลธนบุรี บํารุงเมือง ให้บริการถึงเที่ยงคืนทุกวัน หมดกังวลลูกเจ็บป่วยกลางดึก โดยกุมารแพทย์ให้บริการตรวจวินิจฉัยดูแลและรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 เดือนถึง 15 ปี พร้อมด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและทันสมัย อีกทั้งยังมีระบบจัดการพื้นที่ที่ให้บริการแยกโซนเด็กดี เด็กป่วย เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

บริการทางการแพทย์

  • คลินิกเด็กป่วย (Sick Baby Clinic)
    •  - ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็ก ได้แก่ โรคหวัด, หลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบ, ติดเชื้อไวรัส, ไข้หวัดใหญ่, โรค RSV, โรคมือเท้าปาก, ไข้เลือดออก, โรคผื่นผิวหนัง, โรคผื่นลมพิษ ฯลฯ
    •  - บริการตรวจรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้, อาเจียน, อาหารเป็นพิษ, ท้องผูก, ท้องเสีย,ปวดท้อง ทั้งเรื้อรังและฉับพลัน เป็นต้น
    •  - ตรวจรักษาผู้ป่วยโควิดครบวงจร (self isolation, home isolation, admission, post-covid follow-up)

  • คลินิกสุขภาพเด็กดี (Well Baby Clinic)
    •  - บริการฉีดวัคซีนในเด็ก ตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป สร้างเสริมภูมิคุ้มกันตามโรคที่กําหนด รวมทั้งวัคซีนเสริมและวัคซีนโควิด
    •  - ให้คําแนะนําล่วงหน้า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารตามวัย ส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็ก การป้องกันอุบัติเหตุ
    •  - บริการตรวจรักษา คัดกรองการเจริญเติบโต ให้คําปรึกษา ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมตามวัยในเด็ก

  • คลินิกแพทย์เฉพาะทางโรค เด็ก (Pediatric Subspecialty Clinic)
    • คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (Chest Clinic)
    • - ดูแลครอบคลุมผู้ป่วย โรคระบบทางเดินหายใจ หายใจครืดคราดในเด็ก หอบหืด ภูมิแพ้ ภาวะต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจ ขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็ก ภาวะ long covid

    • คลินิกโรคระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine Clinic)
    •  - ให้บริการดูแล ตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและความผิดปกติทางระบบต่อมไร้ท่อ หรือ ด้านฮอร์โมนต่างๆ เช่น เด็กเตี้ย เด็กอ้วน หนุ่มสาวก่อนวัย เบาหวานในเด็ก โรคไทรอยด์ การเจริญเติบโตช้า
  •  
  • คลินิกโรคประสาทวิทยา (Neurology Clinic)
  •  - ดูแลผู้ป่วยลมชัก ปวดศีรษะ เส้นรอบศีรษะโตผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง เดินเซ (ให้บริการภาคค่ำ วันพุธ สัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือน)
  •  
  • คลินิกโรคหัวใจ (Cardiology Clinic)
  •  - ดูแลโรค Kawasaki เจ็บแน่นหน้าอก เป็นลม โรคหัวใจแต่กำเนิด โรค MIS-X (ให้บริการภาคค่ำ วันพุธ สัปดาห์ที่ 2 , 4 และ 5 ของเดือน)

 

RSV คืออะไร?

        RSV หรือ Respiratory syncytial virus เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยซึ่งก่อให้เกิดการติดเชื้อที่มักมีอาการไม่รุนแรงและคล้ายหวัดแต่อาจก่อโรครุนแรงในผู้ป่วยบางกลุ่มได้เช่นกัน ซึ่งอาจรวมถึงทารกอายุน้อยกว่า 12 เดือน ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีโรคร่วมเช่นโรคหัวใจ โรคปอด และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง RSV อาจก่อให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและปอดอักเสบซึ่งตัวเชื้อยังสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว

อาการแสดง

อาการมักทยอยเกิดเป็นขั้นในระยะเวลา 4-6 วันหลังจากติดเชื้อ โดยอาการรวมถึง:

  • ◼️ ไอ
  • ◼️ น้ำมูกไหล
  • ◼️ จาม
  • ◼️ มีไข้
  • ◼️ หายใจมีเสียงหวีด
  • ◼️ ปวดหัว
  • ◼️ เจ็บคอ

ในทารกอาจมีอาการดังนี้:

  • ◼️ หงุดหงิดและงอแง
  • ◼️ ไม่สนใจกิจกรรมต่างๆ
  • ◼️ มีปัญหาการหายใจ

ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขึ้นด้วยภาวะปอดอักเสบหรือหลอดลมอักเสบอาจมีอาการดังนี้

  • ◼️ ไออย่างรุนแรง
  • ◼️ หายใจมีเสียงหวีด
  • ◼️ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเนื่องจากการออกซิเจน
  • ◼️ หายใจถี่และลำบาก

อาการรุนแรงสำหรับทารกอาจรวมถึง

  • ◼️ หายใจเสียงดัง
  • ◼️ หายใจสั้น ตื้นๆและเร็ว
  • ◼️ มีจังหวะเว้นการระหว่างการหายใจแต่ละครั้ง
  • ◼️ ริมฝีปาก ปากและเล็บเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

การรักษา

ไม่มีการรักษาอย่างเฉพาะเจาะจงในปัจจุบันโดยการรักษาเปนการประคับประคองอาการจนหายดี แต่หากมีอาการที่แย่ลงอาจจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล  

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากเด็กมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส จังหวะการหายใจเปลี่ยนไปและมีอาการที่หนักขึ้น ควรพบกุมารแพทย์เพื่อรับการรักษา เด็กทารกที่มีการงอแงมากขึ้น มีภาวะขาดน้ำ (สังเกตุจากการปัสสาวะในผ้าอ้อมน้อยลง ผิวแห้ง ริมฝีปากและลิ้นแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตาหายใจถี่และไอ)ควรนำมาพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการเพื่อความปลอดภัยของทารก

หากเด็กมีปัญหาการหายใจติดขัด หายใจเสียงดัง สั้น ตื้นและถี่ สีริมฝีปากและเล็บเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินและเทาควรติดต่อห้องฉุกเฉินเพื่อรับการรักษาโดยด่วน

 

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปากคืออะไร

โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดเชื้อจากเชื้อไวรัสชื่อ Coxsackievirus โดยโรคนี้พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายและรวดเร็วซึ่งผู้ใหญ่อาจติดเชื้อได้เช่นกันแต่โดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงมาก ไวรัสดังกล่าวสามารถแพร่ผ่านสารคัดหลั่งจากจมูกและคอ เช่น น้ำลายและเสมหะ น้ำในตุ่มน้ำใสและอุจจาระ

การติดเชื้อจะค่อนข้างพบได้บ่อยในสถานที่ที่เด็กมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เช่น ศูนย์ดูแลเด็ก โรงเรียนและค่ายกิจกรรมต่างๆ การล้างมือบ่อยๆและหลีกเลี่ยงเด็กที่ป่วยอาจช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อดังกล่าวได้

อาการแสดง

อาการแรกเริ่มของโรคมือเท้าปากที่พบได้คือ เจ็บคอ ไข้และเบื่ออาหารซึ่งอาจเข้าใจได้ว่าเป็นโรคอื่น สำหรับทารกและเด็กวัยหัดเดินอาจงอแงมากขึ้น โดยหลังจากนั้นไม่กี่วันจะเริ่มพบแผลในปาก พบได้บนลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม อีกทั้งยังมีจุดนูนสีชมพูหรือแดงตามมือและเท้าและจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสซึ่งอาจรู้สึกเจ็บปวดได้ในที่สุด

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสดังกล่าว การติดเชื้อดังกล่าวส่วนใหญ่จะหายได้เองประมาณ 7-10 วัน การรักษาจะมุ่งเน้นการรักษาตามอาการเช่นการใช้ยาชาในช่องปากสำหรับแผลในปากและพาราเซตามอลสำหรับอาการปวดและไข้

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

โรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะมีอาการที่ค่อนข้างเบาและอยู่เพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตามให้พบแพทย์ในกรณีดังนี้:

  • ◼️ เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน
  • ◼️ ไม่สามารถดื่มน้ำได้เพียงพอ
  • ◼️ มีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ
  • ◼️ อาการไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน
  • ◼️ มีอาการที่รุนแรงขึ้น

 

อีสุกอีใส

picture1

Designed by brgfx / Freepik

โรคอีสุกอีใสคืออะไร

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วซึ่งก่อให้เกิดโรคโดยไวรัส varicella-zoster (VZV) ซึ่งโดยหลักพบได้ในเด็กแต่อาจติดเชื้อในผู้ใหญ่เช่นกัน อาการจะเริ่มแสดงหลังจากที่รับเชื้อจากผู้ที่ติดเชื้อมาประมาณ 10-21 วันและผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ ปัจจุบันมีวัคซีนเพื่อป้องกันโรคอีสุกอีใสและแนะนำให้เด็กฉีด

อาการแสดง

ผื่นตุ่มน้ำใสที่มีอาการคันมากและมีจำนวนมากจะพบได้ประมาณ 10-21 วันหลังจากที่รับเชื้อจากผู้ที่ติดเชื้อมาและอาการมักเป็นอยู่ประมาณ 5-10 วัน อาการที่อาจเกิดขึ้นก่อนผื่นดังกล่าวอาจพบไข้ ปวดหัว ความรู้สึกไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตามตัวและไม่อยากอาหาร

ช่วงแรกจะพบจุดสีชมพูหรือแดงซึ่งเกิดที่ไหนก็ได้ในร่างกาย รวมถึงภายในช่องปากและอวัยวะเพศซึ่งอาจมีอาการปวดแผลได้ จากนั้นจุดที่เกิดดังกล่าวจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสและมีอาการคันอย่างมากและสามารถแตกได้ ท้ายที่สุดตุ่มน้ำใสจะตกสะเก็ดลักษณะเป็นขุยหรือมีน้ำไหลออกมา

การรักษา

โดยปกติตัวโรคจะหายได้เองและแพทย์อาจแนะนำให้ใช้แค่ยาแก้แพ้ anti-histamine สำหรับบรรเทาอาการคันและรักษาตามอาการ แนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  • ◼️ กักตัว งดการไปโรงเรียนและทำงานจนกว่าจุดสีชมพูหรือแดงตกสะเก็ด ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วันหลังจากพบจุดสีชมพูหรือแดง
  • ◼️ ดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอเพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • ◼️ ใช้ยาพาราเซตามอลและยาแก้แพ้ anti-histamine สำหรับบรรเทาอาการไข้และคันตามความจำเป็น
  • ◼️ ไม่เกาตุ่มน้ำใส
  • ◼️ อาบน้ำด้วยน้ำเย็นแล้วจึงซับตัวให้แห้งโดยไม่ถู
  • ◼️ หากเด็กมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสูง กุมารแพทย์อาจจ่ายยาฆ่าเชื้อไวรัสเพื่อลดระยะเวลาการติดเชื้อและลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามความจำเป็น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจเรื่องการรักษาของเด็ก ติดต่อเพื่อรับการตรวจที่ศูนย์กุมารเวชกรรมและแจ้งล่วงหน้าว่าสงสัยโรคอีสุกอีใส และเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเพิ่มเติม


ศูนย์กุมารเวชกรรมเที่ยงคืน โรงพยาบาลธนบุรี บํารุงเมือง

ชั้น B1  โรงพยาบาลธนบุรี บํารุงเมือง
โทรศัพท์ :  02 220 7999 ต่อ  80160, 80161, 80165

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ขอแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์โภชนาการ
ขอแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์โภชนาการ
ศ.คลินิกดร.พญ.นลินี จงวิริยะพันธ์ุ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์โภชนาการ
อ่านต่อ
การดูแลด้านโภชนาการ
การดูแลด้านโภชนาการ
ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเรามีสุขภาพกายที่ดีคือ การได้รับสารอาหารต่าง ๆ อย่างเหมาะสมตามวัย
ถ้ามีการเสียสมดุลของสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกาย (ได้ มาก หรือ น้อยเกินไป) อาจก่อให้เกิดโรคและภาวะแทรกซ้อน
อื่น ๆ ตามมาในภายหลัง ผู้ที่มีบริโภคนิสัยที่ดี รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จะมีโอกาสเสี่ยง
ลดลงต้อการเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ
อ่านต่อ
การให้อาหารทารกและเด็กเล็ก
การให้อาหารทารกและเด็กเล็ก
การให้อาหารทารก (Infant feeding)
• การให้นมแม่ (Breastfeeding)
Exclusive
Mixed
•การให้นมผสม / นมผงดัดแปลง (Formula feeding) อาหารตามวัย(Complementary feeding)
อ่านต่อ
การจัดการโภชนาการ โรคอ้วน
การจัดการโภชนาการ โรคอ้วน
แนวทางเวชปฏิบัติ การป้องกันและรักษาโรคอ้วนในเด็ก
อ่านต่อ