ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกและข้อ
ศูนย์กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ศูนย์กระดูกและข้อ
ศูนย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ให้บริการวินิจฉัยและตรวจรักษา โดยแพทย์กระดูกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หลากหลายสาขา และเทคโนโลยีการรักษา การผ่าตัดที่ทันสมัย พร้อมให้การบริการด้วยความ รวดเร็ว ถูกต้อง ปลอดภัย มีความต่อเนื่องในการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพภายใต้มาตรฐานระดับสากล โดยมุ่งเน้นการดูแลแบบจำเพาะต่อบุคคล (Personalized Care) เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว

ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

ทางศูนย์มีบริการแพทย์กระดูกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หลากหลายสาขา และเทคโนโลยีการรักษา การผ่าตัดที่ทันสมัยพร้อมให้การดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้ท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว

การบริการ

  • ◼️ การส่งตรวจวินิจฉัย และภาพรังสี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • ◼️ การตรวจมวลกระดูก และรักษาภาวะกระดูกพรุน
  • ◼️ การรักษา ผ่าตัดภาวะข้อเข่า ข้อสะโพกเสื่อม โดยการผ่าตัดแผลเล็ก หรือโรโบติก
  • ◼️ การรักษาเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด ไหล่ติด เอ็นหัวเข่าบาดเจ็บ ด้วยการส่องกล้อง แผลเล็ก
  • ◼️ การรักษาอาการปวดหลัง ชา อ่อนแรง กระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกกดเส้นประสาท
  • ◼️ การรักษาอาการบาดเจ็บจากการทำงาน กลุ่ม Office syndrome, พังผืดกดเส้นประสาทมือ, นิ้วล็อค
  • ◼️ การรักษาอาการบาดเจ็บของเท้า ปวดข้อเท้าเรื้อรัง จากอุบัติเหตุ หรือการใช้งาน

Diseases and Condition

  1. 1. Bone Health สุขภาพทางกระดูกและข้อทั่วไป โดยมีเป้าหมาย educate การดูแลสุขภาพกระดูกทั่วไปรวมให้ความรู้เรื่องยา และอาหารเสริม supplement
  2. 2. Degenerative Joint: Hip and knee ภาวะข้อเข่า ข้อสะโพกเสื่อม นำไปสู่ความเจ็บ ผิดรูป ลงน้ำหนักไม่ได้ ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง
  3. 3. Disorder of ligament: Shoulder เอ็นข้อไหล่บาดเจ็บ ปวดไหล่ ไหล่ติด แรงน้อยลง ใช้ทำงาน หรือเล่นกีฬาได้น้อยกว่าเดิม

    - ประวัติไหล่หลุดซ้ำ ข้อไหล่โยกเยก ไม่มั่นคง ขยับไม่ได้สุด

    - อาการปวดข้อศอก งอเหยียดเจ็บ ติด ขยับไม่ได้สุด ปวดร้าวลงปลายมือ เวลาขยับ

  1. 4. Disorder of ligament: Knee เอ็นหัวเข่าบาดเจ็บ ปวดเข่า งอเหยียดติด ข้อเข่าไม่มั่นคง โยกเยก มีเสียงลั่น มีปัญหาในการขยับ ลุกนั่ง เดิน หรือเล่นกีฬา
  2. 5. Spine problem: อาการบาดเจ็บจากกระดูกสันหลัง กระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เส้นประสาทบาดเจ็บ มีอาการปวดคอ ปวดหลัง ขยับเจ็บ มีร้าวลงแขนขา เดินไกลไม่ได้ อ่อนแรงแขน ขา ชา ความรู้สึกลดลง
  3. 6. Office syndrome อาการบาดเจ็บของเอ็น ข้อ และเส้นประสาท ที่เกิดจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ข้อนิ้วล็อค เอ็นข้อมืออักเสบ เอ็นนิ้วอักเสบ เส้นประสาทบาดเจ็บ มีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อต้นคอ สะบัก หลัง ใช้งานได้น้อยลง
  1. 7. Osteoporosis ภาวะกระดูกพรุน การป้องกัน แก้ไข และการรักษาระยะยาว

Procedures

1.Robotic Knee/Joint replacement

2.Arthroscopic Surgery

3.Carpal Tunnel Release

4.ใส่เฝือก/ถอดเฝือก

5.ผ่าตัดแก้นิ้วล็อค

6.ฉีดยาแก้ปวดที่กระดูกสันหลัง

7.ตรวจมวลกระดูก

 

สุขภาพกระดูก

การเสริมสุขภาพกระดูก

กระดูกมีความสำคัญอย่างมากในร่างกาย โดยมีหน้าที่เป็นโครงสร้างของร่างกาย การปกป้องอวัยวะที่สำคัญต่างๆ การเก็บกักแร่ธาตุที่สำคัญเช่นแคลเซียมรวมถึงไขกระดูกที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงสำหรับร่างกาย ดังนั้นจึงควรส่งเสริมการสร้างกระดูกในวัยเด็กและดูแลรักษาสภาพกระดูกเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ความสำคัญในการดูแลสุขภาพกระดูก

กระดูกมีการสร้างและทำลายพร้อมๆกันตลอดเวลา ในวัยเด็ก กระดูกจะถูกสร้างได้ไวกว่าที่ถูกทำลายดังนั้นมวลกระดูกจึงเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโต อย่างไรก็ตามเมื่อย่างเข้าวัยผู้ใหญ่อายุ 20 ปีเป็นต้นไป การสร้างกระดูกจะเริ่มช้าลงจนพบปริมาณมวลกระดูกที่สูงที่สุดช่วงอายุประมาณ 30 ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการตระหนักรู้เพื่อเสริมสร้างมวลกระดูกตั้งแต่วัยเด็กเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกระดูก

  • ◼️ ปริมาณแคลเซียมที่ได้รับต่อวันจากอาหาร
  • ◼️ กิจกรรมและการออกกำลังกาย
  • ◼️ อายุ
  • ◼️ เพศ
  • ◼️ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ◼️ ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
  • ◼️ ฮอร์โมน
  • ◼️ การใช้ยาที่ส่งผลกระทบต่อกระดูกของผู้ป่วย

การดูแลรักษาสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง

  • ◼️ ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม โดยรับประมาณไม่น้อยกว่า 800-1000 mg ต่อวัน และแบ่งเป็นหลายๆมื้อ
  • ◼️ รับวิตามินดีที่เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับแสงแดดจะช่วยให้ร่างกายผลิตวิตามินดีได้ตามธรรมชาติ อาจรับประทานอาหารที่พบวิตามินดีบ้างเช่น ปลาแซลมอน ทูน่า ไข่ อาหารเช้าซีเรียลและนม
  • ◼️ ออกกำลังกายและมีกิจกรรมในแต่ละวัน เช่นการเดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือการขึ้นลงบันได
  • ◼️ ไม่ควรสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โรคกระดูกพรุน

picture1

Designed by brgfx / Freepik

โรคกระดูกพรุนคืออะไร

โรคกระดูกพรุนคือภาวะที่กระดูกมีความอ่อนแอและเปราะ เสี่ยงต่อการแตกหักจากการหกล้มหรือแม้กระทั่งแรงที่กระทำต่อกระดูกเพียงเล็กน้อย กระดูกมีการสร้างและทำลายพร้อมๆกันตลอดเวลา ในวัยเด็ก กระดูกจะถูกสร้างได้ไวกว่าที่ถูกทำลายดังนั้นมวลกระดูกจึงเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโต

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนเกิดได้จากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ◼️ เพศ – ผู้หญิงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย
  • ◼️ อายุ
  • ◼️ ประวัติการหกล้มและกระดูกหัก
  • ◼️ พันธุกรรม
  • ◼️ การใช้ยาที่ส่งผลกระทบต่อกระดูก

   อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจสามารถใช้วิธีการปรับวิถีชีวิตประจำวันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้น

  • ◼️ การสูบบุรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ◼️ น้ำหนักลด (Weight loss) และภาวะทุพโภชนาการ
  • ◼️ ความเครียด
  • ◼️ การไม่ออกกำลังกาย

อาการแสดง

โดยทั่วไปในช่วงแรกของการสูญเสียมวลกระดูกมักไม่พบอาการใดๆ อย่างไรก็ตามหากกระดูกได้มีความอ่อนแอและเสี่ยงแตกหักโดยภาวะกระดูกพรุนแล้วนั้น ควรต้องหมั่นสังเกตุอาการดังนี้

  • ◼️ การแตกหักของกระดูก
  • ◼️ ท่าทางและอิริยาบถที่เปลี่ยนไปจากปกติ
  • ◼️ การสูญเสียความสูงเมื่อระยะเวลาผ่านไป
  • ◼️ อาการปวดหลัง

อาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยจากโรคกระดูกพรุนคือ ข้อมือหัก แขนหัก สะโพกหัก อุ้มเชิงกรานหัก หรืออาจถึงขั้นกระดูกสันหลังหัก โดยการไอหรือจามอาจส่งผลให้กระดูกซี่โครงหักและมีอาการปวดได้

การรักษา

การรักษาสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงเป็นเรื่องที่สำคัญและควรทำเพื่อชะลอการเกิดโรคทางกระดูก โปรดติดตามอ่านบทความเรื่องสุขภาพกระดูกสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ยาที่ใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุนมีหลายขนานดังนี้

  • ◼️ ยากลุ่ม Bisphosphonates – มีทั้งรูปแบบเม็ดเพื่อรับประทานและแบบฉีด และความถี่การให้ยาแตกต่างกันตามตัวยาแต่ละตัว (ทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือนหรือทุกปี)
  • ◼️ ยากลุ่มชีววัตถุ (Biologics) แบบฉีด
  • ◼️ ยากลุ่มฮอร์โมน
  • ◼️ ยากลุ่ม Anabolic agent

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านมีความกังวลเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน สามารถติดต่อรับการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องมือที่แม่นยำได้ที่โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

 

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เดอกาแวง

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เดอกาแวงคืออะไร

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เดอกาแวง เป็นภาวะที่มีอาการปวดบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้ง มีสาเหตุมาจากการอักเสบของเส้นเอ็นที่อยู่ฝั่งนิ้วโป้ง โดยปกติแล้วเส้นเอ็นดังกล่าวจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างง่ายดายในเนื้อเยื่อที่มีลักษณะอุโมงค์คือปลอกหุ้มเอ็นข้อมือ (sheath) เมื่อเกิดการอักเสบแล้ว การบวมจะทำให้เส้นเอ็นไม่สามารถเคลื่อนไหวภายในปลอกหุ้มเอ็นได้อย่างสะดวก

ปัจจัยเสี่ยง

  • ◼️ การใช้งานนิ้วโป้งและข้อมือที่มากเกินไป
  • ◼️ การตั้งครรภ์
  • ◼️ การดูแลทารกและให้นมบุตร
  • ◼️ เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ◼️ เพศ โดยผู้หญิงอาจมีโอกาสเกิดโรคได้มากกว่าผู้ชาย
  • ◼️ อายุ พบได้บ่อยในวัย 40-50 ปี

อาการแสดง

  • ◼️ อาการปวดในข้อมือฝั่งข้างเดียวกับนิ้วโป้งซึ่งอาจค่อยๆเกิดอย่างช้าๆหรือเกิดอย่างฉับพลัน
  • ◼️ อาการปวดไปตามแนวนิ้วโป้งหรือจากช้อมือลงมายังแขน
  • ◼️ อาการบวมของข้อมือด้านนิ้วโป้ง
  • ◼️ รู้สึกอาการเจ็บ เสียวเมื่อขยับนิ้วโป้ง

การรักษา

การรักษาอาจเริ่มด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนเพื่อช่วยบรรเทาอาการต่างๆก่อนที่จะพิจารณาทำการผ่าตัด
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  • ◼️ การใส่อุปกรณ์พยุงนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้ข้อมือยืดตรงและนิ้วโป้งอยู่ในจุดที่มีความคลาย
  • ◼️ การใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) ชนิดรับประทานหรือทา
  • ◼️ การฉีดเสตียรอยด์บริเวณที่อักเสบ
  • ◼️ การเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปวด
  • ◼️ การประคบบริเวณที่เป็นด้วยน้ำแข็งเพื่อลดอาการบวม
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด

    การรักษาด้วยการผ่าตัดเป็นการผ่าตัดโดยการกรีดบริเวณที่เป็นเล็กน้อยเพื่อให้ปลอกหุ้มเส้นเอ็นคลายและมีที่สำหรับเส้นเอ็นได้เคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น โดยจะลดอาการปวดและบวมได้ การเคลื่อนไหวจะกลับมาใช้ได้ปกติ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านมีอาการปวดจากการทำงานด้วยมือซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แม้ว่าได้ทดลองเลี่ยงการใช้งานข้างที่เป็น การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและการใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) แล้วไม่ดีขึ้น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

 

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร

หมอนรองกระดูก เป็นตัวเชื่อมของกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ส่วน คือ เนื้อเยื่อด้านนอกที่มีลักษณะยืดหยุ่นเหมือนยาง และเนื้อเยื่อด้านในมีลักษณะคล้ายเจลลี่ ซึ่งหน้าที่หลักของหมอนรองกระดูก คือ ทำให้กระดูกสันหลังมีความยืดหยุ่น และรองรับการกระแทกจากการเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงน้ำหนักตัว

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็น ภาวะที่หมอนรองกระดูกมีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อด้านนอก ทำให้สารภายในรั่วออกมา แล้วไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงบริเวณขาหรือมือ

สาเหตุ

  1. 1. อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อม
  2. 2. การเคลื่อนไหวที่ส่งผลให้เกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อชั้นนอกของหมอนรองกระดูก เช่น การยกของหนักในท่าที่ไม่ถูกต้อง การนั่งในท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การหมุนตัวผิดท่า อุบัติเหตุ เป็นต้น
  3. 3. น้ำหนักตัวมาก
  4. 4. พันธุกรรม ที่ส่งผลให้เนื้อเยื่อชั้นนอกของหมอนรองกระดูกฉีกขาดได้ง่าย
  5. 5. การสูบบุหรี่

อาการแสดง

        คนไข้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่อาจจะตรวจพบโดยบังเอิญจากภาพ X-ray

อาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่เกิดปัญหาและขึ้นอยู่ว่าเกิดการกดทับเส้นประสาทหรือไม่ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. 1. ปวดหลัง เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด
  2. 2. ปวดร้าวไปยังอวัยวะต่างๆ โดยส่วนใหญ่มีลักษณะการปวดแบบปวดแปล้บ (sharp/shooting pain)

หากตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่บาดเจ็บอยู่บริเวณคอ มักจะปวดร้าวไปบริเวณแขน

หากตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่บาดเจ็บอยู่บริเวณหลังหรือหลังส่วนล่าง มักจะปวดร้าวไปบริเวณขา ก้น ต้นขา น่อง หลังส่วนล่าง และเท้า

  1. 3. ชาแขนหรือขา

การรักษา

        การรักษาขึ้นยู่กับความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย

  1. 1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้มีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ถูกต้อง
  2. 2. ใช้ยาบรรเทาอาการปวด ในกรณีที่มีอาการปวดระดับน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้ยา Acetaminophen Ibuprofen Naproxen แต่หากปวดรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาฉีด cortisone หรือยาในกลุ่มโอปิออย (opioids)
  3. 3. กายภาพบำบัด
  4. 4. การผ่าตัดนำหมอนรองกระดูกสันหลังที่มีปัญหากดทับกระดูกสันหลังและเส้นประสาทออก (Diskectomy)
  5. 5. การผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียม

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์

  1. 1. มีอาการปวดหลังที่ไม่สามารถบรรเทาด้วยการรับประทานยา
  2. 2. มีอาการปวดหลัง หรือปวดต้นคอ ร่วมกับปวดร้าวหรือชาบริเวณขา ก้น ต้นขา น่อง หลังส่วนล่าง และเท้า

 

อาการนิ้วล็อค

picture2

อาการนิ้วล็อคคืออะไร

อาการนิ้วล็อคเป็นอาการที่เส้นเอ็นมีการอักเสบและบวมจากการใช้งานนิ้วมืออย่างหนักและต่อเนื่อง โดยนิ้วอาจ “ล็อค” ติดอยู่ในจังหวะงอและเมื่อเหยียดนิ้วกลับจะมีเสียงดีดของเส้นเอ็นจึงไม่สามารถงอหรือเหยียดนิ้วได้ตามปกติ

ปัจจัยเสี่ยง

  • ◼️ การใช้งานนิ้วอย่างหนักจากกิจกรรมประจำวัน มีการฝืนและใช้แรงกดต่อนิ้วสูงและมีการใช้ซ้ำๆ
  • ◼️ มีประวัติเป็นโรคข้อเสื่อม โรครูมาตอยด์ เก๊าท์และเบาหวาน
  • อาการแสดง

    • ◼️ อาการปวดตึงนิ้ว โดยเฉพาะช่วงเช้า
    • ◼️ อาการบวมหรือมีก้อนอยู่ตรงฐานของนิ้ว
    • ◼️ นิ้วล็อคอยู่ในจังหวะงอ ซึ่งสามารถดันกลับได้หรืออาจไม่สามารถเหยียดกลับได้ปกติ
    • ◼️ นิ้วมีเสียงดีดเมื่อมีการขยับ

การรักษา

การรักษาอาจเริ่มด้วยการรักษาตามอาการโดยใช้ยาแก้อักเสบที่มิเสตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อช่วยบรรเทาอาการต่างๆก่อนที่จะพิจารณาการรักษาแบบอื่น โดยอาการอาจดีขึ้นเอง ทั้งนี้ผู้ป่วยควรลดการใช้นิ้วและมีช่วงพักมากยิ่งขึ้น การใช้อุปกรณ์เพื่อดามนิ้วตอนกลางคืนและการออกกำลังนิ้วเบาๆอาจช่วยได้
หากอาการปวดและตึงยังไม่หาย อาจใช้การฉีดสเตียรอยด์เข้าบริเวณที่เป็น หรือผ่าตัดโดยกรีดเพียงเล็กน้อยเพื่อคลายอาการดังกล่าว

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากท่านมีอาการปวดจากนิ้วล็อคซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แม้ว่าได้ทดลองเลี่ยงการใช้งานข้างที่เป็น แล้วไม่ดีขึ้น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

 

 

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์กระดูกและข้อ ชั้น 3 โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

โทรศัพท์ 02 220 7999 ต่อ  83060, 83061

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
เสียงกรอบแกรบตอนเดิน อาการปวดเสียงข้อเข่า ไปจนถึงการมีข้อเข่ายึดติด นี่คือสาเหตุที่โรคข้อเข่าเสื่อมทำให้คุณภาพชีวิตของเราแย่ลงโดยไม่รู้ตัว
อ่านต่อ
โรคข้อเข่าเสื่อม โรคกวนใจวัยรุ่นเก๋า
โรคข้อเข่าเสื่อม โรคกวนใจวัยรุ่นเก๋า
กรอบแกรบ เสียงน่ารำคาญเวลาเดิน หรืออาการปวดเข่ามักมาเยือนเมื่ออายุมากขึ้น
โรคข้อเข่าเสื่อม ดูเหมือนเป็นโรคที่พบได้บ่อย สาเหตุและอาการที่แท้จริงของโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นอย่างไร
อ่านต่อ
โรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุน
เป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุทุกคน สาเหตุที่สำคัญอันหนึ่งคือ การทำงานของฮอร์ โมนที่ลดลงในผู้สูงอายุ ทำให้การเคลื่อนไหวลดลง แต่ผู้สูงอายุส่วนน้อยเท่านั้นที่มี อาการ เช่น ปวดหลัง หลังค่อม ทำให้ความสูงลดลง จนถึงกระดูกหักง่าย แม้มีอุบัติเหตุ เพียงเล็กน้อย เช่น หกล้มก็ตาม
อ่านต่อ
โรคข้อเสื่อมคืออะไร
โรคข้อเสื่อมคืออะไร
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง โรคข้อเข่าเสื่อมนั้นถือเป็นการเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป และถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
อ่านต่อ