อาการข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น (OA Knee) มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง

อาการปวดเข่าเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาลุกหรือนั่ง หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของอายุที่มากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่านั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนแรกของ โรคข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น (OA Knee หรือ Osteoarthritis of the Knee) ซึ่งเป็นภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มมีการสึกหรอ และบางลงทีละน้อย หากคุณเริ่มมีอาการปวดเสียวในข้อเข่า มีเสียงดังกร๊อบแกร๊บขณะงอขา หรือรู้สึกข้อเข่าฝืดตึงหลังตื่นนอน นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะการตรวจพบและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยชะลอความเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดใหญ่ในอนาคต
โรคข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น (OA Knee) คืออะไร?
รู้ทันก่อนสายเกินแก้
โรคข้อเข่าเสื่อม (OA Knee) เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่คล้าย “หมอนรองกระดูก” คอยลดแรงกระแทกภายในข้อเข่าเกิดการสึกหรอและเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา น้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าลดลง ส่งผลให้กระดูกชิ้นบนและชิ้นล่างเริ่มเสียดสีกันโดยตรง
ตามเกณฑ์มาตรฐานสากล Kellgren and Lawrence (K&L System) จะแบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น 4 ระดับ โดยใน ระยะเริ่มต้น (Grade 1) ผิวข้อเข่าจะเริ่มมีรอยสึกหรอเล็กน้อย ช่องว่างระหว่างข้อเข่ายังไม่แคบลงชัดเจน ซึ่งในระยะนี้ ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านความเจ็บปวดและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หากเราละเลยปล่อยทิ้งไว้ โรคจะลุกลามไปสู่ระยะรุนแรงจนโครงสร้างขาโก่งผิดรูปในที่สุด
5 สัญญาณเตือนอาการข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น ที่คุณไม่ควรมองข้าม
ลองสังเกตพฤติกรรมและการรับรู้ของร่างกายตนเองและคนที่คุณรัก หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยืนยันได้ว่าข้อเข่าของคุณกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเเล้ว
1. ปวดเสียวในข้อเข่า โดยเฉพาะเวลาขึ้น-ลงบันได
อาการปวดในระยะแรกจะไม่ใช่อาการปวดตลอดเวลา แต่จะเกิดระลอกคลื่นความปวดเสียวลึกๆ ภายในข้อเข่าเมื่อมีการลงน้ำหนัก หรือมีแรงกดกระแทกมากกว่าปกติ เช่น การเดินขึ้น-ลงบันได การลุกขึ้นจากการนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือนั่งเก้าอี้ต่ำๆ โดยอาการปวดจะค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อได้นั่งพัก
2. มีเสียงดังกร๊อบแกร๊บ หรือกึก ๆ ในข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว
เมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มขรุขระ ไม่เรียบเนียนเหมือนเก่า และน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าลดน้อยลง ทุกครั้งที่เกิดการเหยียดหรือพับเข่า กระดูกจะเกิดการเสียดสีกันจนเกิดเสียงลึกๆ ภายในข้อ ซึ่งอาการนี้เรียกว่า Crepitus ถือเป็นดัชนีชี้วัดที่เด่นชัดมากของอาการข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น
3. ข้อเข่าฝืดตึงตอนเช้า หรือหลังจากการนั่งนาน ๆ
ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าเข่ามีอาการตึงแข็ง เคลื่อนไหวลำบาก โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอนตอนเช้า หรือหลังจากที่นั่งประชุม นั่งทำงาน หรือนั่งดูทีวีในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ (เรียกว่าภาวะ Gallows Sign) แต่เมื่อเริ่มขยับขา เดินยืดเส้นยืดสายไปสัก 5-10 นาที อาการฝืดตึงจะค่อยๆ ดีขึ้น
4. ปวดเข่าเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
ในวันที่ฝนกำลังจะตก หรือเมื่ออยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจัด ผู้ป่วยระยะแรกจะรู้สึกปวดตื้อ ๆ หรือเสียวแปลบในเข่ามากขึ้น เนื่องจากความดันอากาศและอุณหภูมิที่ลดลง ส่งผลให้เส้นเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าเกิดการหดตัวและตึงตัวมากกว่าปกติ
5. เข่าเริ่มมีอาการบวมแดง หรือรู้สึกอุ่น ๆ รอบข้อ
เมื่อผิวข้อเกิดการเสียดสี ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาเยื่อบุข้ออักเสบ เพื่อพยายามซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้มีการหลั่งน้ำหล่อเลี้ยงข้อออกมามากเกินไปจนเข่าดูบวมขึ้น และเมื่อเอามือไปจับรอบๆ สะบ้าจะรู้สึกถึงความร้อนอุ่น ๆ ที่แผ่ออกมา
Checklist ประเมินตนเอง : คุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมระยะแรกหรือไม่?
เพื่อความแม่นยำ ลองทำเครื่องหมายตรวจสอบอาการของตัวคุณเองจากตารางประเมินเบื้องต้นนี้ :
รายการอาการประเมิน | มีอาการบ่อยครั้ง (เสี่ยงสูง) | มีอาการบางครั้ง (เฝ้าระวัง) | ไม่มีอาการเลย (ปกติ) |
| 1. ปวดเข่าเวลาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ | |||
| 2. ได้ยินเสียงกึก ๆ ในเข่าเวลาเดินหรือขึ้นบันได | |||
| 3. รู้สึกเข่าตึง ขยับยากในช่วงตื่นนอนตอนเช้า | |||
| 4. มีอาการเสียวแปลบที่เข่าเมื่อเดินนานเกิน 20 นาที | |||
| 5. นั่งขัดสมาธิหรือคุกเข่าแล้วลุกไม่ขึ้น |
ผลการประเมิน: หากคุณมีเครื่องหมายในช่อง “มีอาการบ่อยครั้ง” ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป แนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อทำการเอกซเรย์ประเมินองศาข้อเข่าอย่างละเอียด
แนวทางการดูแลและชะลอข้อเข่าเสื่อมระยะแรกโดยไม่ต้องผ่าตัด
ข่าวดีคือ อาการข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น สามารถชะลอและกู้คืนสภาพข้อเข่าให้กลับมาใช้งานได้ดีใกล้เคียงเดิม โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และปฏิบัติตามหลักการแพทย์ดังนี้ :
- ควบคุมน้ำหนักตัว: ทุก ๆ น้ำหนักตัวที่ลดลง 1 กิโลกรัม จะช่วยลดแรงกดทับที่กระดูกข้อเข่าเวลาเดินได้ถึง 3-4 กิโลกรัม
- การเพิ่มกล้ามเนื้อต้นขา: ฝึกออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น การปั่นจักรยานอยู่กับที่ การว่ายน้ำ หรือการทำท่าเตะขาตรงบนเก้าอี้ เพื่อให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงขึ้นมาช่วยรับแรงแทนข้อเข่า
- หลีกเลี่ยงท่าทำลายเข่า: งดการนั่งเก้าอี้เตี้ย นั่งยอง ๆ นั่งคุกเข่า ขัดสมาธิ และพับเพียบ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้แรงดันในข้อเข่าพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว
สรุป: เปลี่ยนพฤติกรรมวันนี้ ยืดอายุข้อเข่าให้แข็งแรงไปอีกนาน
อย่ายอมให้อาการปวดเข่าเล็ก ๆ น้อย ๆ กลายมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตและลุกลามจนสายเกินแก้ สัญญาณเตือนของ อาการข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น คือโอกาสทองที่ร่างกายมอบให้เราหันกลับมาดูแลตัวเอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน การควบคุมน้ำหนัก และการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอย่างถูกวิธี จะช่วยล็อกอายุข้อเข่าของคุณให้แข็งแรง มั่นคง และพร้อมก้าวเดินเคียงข้างคุณไปอีกยาวนาน
หากคุณเริ่มพบสัญญาณเตือนข้อเข่าเสื่อม และต้องการตรวจประเมินอย่างละเอียด พร้อมรับแผนการดูแลป้องกันเฉพาะบุคคล สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองคิวนัดหมายแพทย์ผู้ชำนาญการได้ทันที เพื่อก้าวสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
“หากท่านมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง”

นท.นพ. เอกพงษ์ โกมลหิรัณย์
นพ. ศุภโชค มหาสุคนธ์
ศ.คลินิก เกียรติคุณ ดร. พญ. นลินี จงวิริยะพันธุ์
นพ. ปราโมทย์ อุดมเลิศวนสิน